กระชายดำ

posted on 23 Mar 2011 09:02 by sirinpharmacy  in Supplements

กระชายดำ 

 

รูปภาพจาก: http://www.herbalone.net/2011/index.php?option=com_content&view=article&id=136:2010-09-30-03-50-56&catid=46:2010-09-30-02-30-41&Itemid=115

 ชื่อสามัญ(11)    Belamcanda chimensis

ชื่ออื่น (11)     กระชายดำ, ว่านกระชายดำ, กระชายม่วง, ว่านเพชรดำ

ชื่อวิทยาศาสตร(7)     Kaempferia parviflora Wall. Ex Baker
ชื่อวงศ(7)             ZINGIBERACEAE
ส่วนที่ใช้ (1)            เหง้า / หัว

 

กระชายดำ หรือ โสมไทย เป็นพืชสมุนไพรที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมาก เนื่องจากว่ามีสรรพคุณที่เชื่อกันว่าเป็นยาสมุนไพรอายุวัฒนะชั้นหนึ่งของไทย มาแต่โบราณกาล และเชื่อว่าสามารถเพิ่มพลังทางเพศให้กับผู้รับประทานได้ ทั้งยังเป็นพืชสมุนไพรที่สำคัญประจำเผ่าม้ง ซึ่งมักพกติดตัวไว้ในย่ามแทบทุกคน เพื่อใช้กินบรรเทาอาการปวดเมื่อย เหนื่อยหอบ หืดหอบได้ 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ (10)

เป็นพืชล้มลุกมีเหง้าใต้ดิน รากสะสมอาหารมีลักษณะเป็นปุ่ม ๆ ไม่ยาวเป็นหางไหลเหมือนกับกระชายธรรมดา แต่ลักษณะแตกต่างที่เด่นชัดกับกระชายธรรมดาก็คือ เนื้อในของหัวกระชายดำจะมีสีคล้ายดั่งผลหว้า คือมีสีออกม่วงอ่อน ๆ ไปจนถึงสีม่วงเข้มถึงดำ จึงได้ชื่อว่า "กระชายดำ" กระชายดำจัดเป็นว่านชนิดหนึ่ง ลำต้นมีความสูงประมาณ 30 ซม. ส่วนกลางของลำต้นเป็นแก่นแข็ง มีกาบหรือโคนใบหุ้ม ใบมีกลิ่นหอมเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับคล้ายกระชายธรรมดา แต่มีใบใหญ่ และเขียวเข้มกว่า ผลิแทงม้วนเป็นกรวยขึ้นมาจากรากไม่มีต้น ขนาดใบกว้างประมาณ 7-15 ซม. ยาว 30-35 ซม.

การขยายพันธุ์ (10)

การปลูกกระชายดำก็เหมือนกับการปลูกกระชายธรรมดาโดยทั่วไป สามารถปลูกได้ดีในดินที่ร่วนซุย การระบายน้ำดี แต่ระวังอย่าให้น้ำท่วมขัง เพราะจะทำให้หัวหรือเหง้าเน่าเสียได้ง่ายส่วนในดินเหนียว และดินลูกรังไม่ค่อยจะเหมาะสมนัก โดยธรรมชาติแล้วกระชายดำชอบขึ้นตามร่มไม้ในป่าดิบ และป่าเบญจพรรณทั่วไป แต่ในที่โล่งแจ้งก็สามารถปลูกกระชายดำได้ผลดี

สรรพคุณ (1,3,4)

กระชายดำมีรสขม เผ็ดร้อน เขื่อว่าสามารถบำรุงฮอร์โมนเพศชายได้ กระตุ้นประสาท ทำให้กระชุ่มกระชวย บำรุงกำลัง เป็นยาอายุวัฒนะ ชะลอความแก่ ขับลม ขับปัสสาวะ แก้โรคกระเพาะอาหาร ช่วยย่อย แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เนื่องจากรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา บำรุงเลือดสตรี แก้ตกขาว ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ ตามตำรากล่าวว่า กระชายดำมีสรรพคุณแก้โรคในปาก เช่น ปากเปื่อย ปากเป็นแผล แก้ปวดมวนท้อง รักษาโรคปวดข้อ ปวดหลัง ปวดเมื่อยตามร่างกาย รักษาโรคภูมิแพ้ ขับพิษต่างๆในร่างกาย รักษาโรคบิด เป็นต้น

 

จากข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์พบว่า กระชายมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ ต้านการอักเสบเทียบได้กับยาหลายชนิด แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลการวิจัยสนับสนุนสรรพคุณของกระชายดำมากนัก แต่มีการใช้กระชายดำเพื่อเสริมสุขภาพกันมาก ทำให้มีราคาค่อนข้างสูง โดยเฉลี่ยประมาณ 200 - 4000 บาทต่อกิโลกรัม

 

สารสำคัญ (2) 

สารที่พบในเหง้ากระชาย ได้แก borneol, sylvestrene ซึ่งแสดงฤทธิ์ต้านจุลชีพ และสาร 5,7–ไดเมธอกซีฟลาโวน (5,7- dimethoxyflavone = 5,7 DMF) ซึ่งแสดงฤทธิ์ต้านอักเสบ นอกจากนี้รายงานการวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่นปี 2547 พบสารพวกฟลาโวนอยด์ 9 ชนิด เช่น สาร 5,7,4’-trimethoxyflavone, 5,7,3’,4’-tetramethoxyflavone , 3,5,7,4’ –tetramethoxyflavone เป็นต้น

 

ผลการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา (6)
 

1. ฤทธิ์ต้านอักเสบ

สาร 5,7 –ไดเมธอกซีฟลาโวน (5,7-DMF) ที่แยกได้จากเหง้ากระชายดำ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบเทียบได้กับยาหลายชนิด คือ แอสไพริน , อินโดเมธาซิน, ไฮโดรคอร์ติโซน และเพรดนิโซโลน จากการศึกษาฤทธิ์ต้านอักเสบของสารนี้ในสัตว์ทดลองด้วยวิธีการต่าง ๆ พบว่าสาร 5,7-DMF สามารถต้านการอักเสบแบบเฉียบพลันได้ดีกว่าแบบเรื้อรัง โดยแสดงฤทธิ์ยับยั้งการบวมของอุ้งเท้าหนูขาวจากสารคาราจีนแนน และเคโอลินได้ดีกว่าฤทธิ์ยับยั้งการสร้าง granuloma จากการฝังสำลีใต้ผิวหนัง นอกจากนี้ พบว่า สาร 5,7-DMF มีฤทธิ์ยับยั้งการเกิด exudation และการสร้างสาร prostaglandin อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบในช่องปอดของหนูขาว (rat pleurisy)

2. ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์

สาร 5,7,4’-trimethoxyflavone และ 5,7,3’,4’ –tetramethoxyflavone แสดงฤทธิ์ต้านเชื้อ Plasmodium falciparum ที่เป็นสาเหตุของโรคมาลาเรีย ส่วนสาร 3,5,7,4’-tetramethoxyflavone และ 5,7,4’- trimethoxyflavone แสดงฤทธิ์ต้านเชื้อ Candida albicans และแสดงฤทธิ์ต้านเชื้อ Mycobacterium อย่างอ่อน
3. พิษต่อเซลล์มะเร็ง (cytotoxic activity)
 
จากการทดสอบผลของฟลาโวนอยด์ 9 ชนิดของกระชายดำต่อเซลล์มะเร็ง เช่น KB , BC หรือ NCI-H187 ไม่พบว่ามีสารใดทำให้เกิดพิษต่อเซลล์มะเร็งที่ทดสอบ

 

4. ฤทธิ์ขยายหลอดเลือดแดง


มีรายงานการวิจัยว่า สารสกัดด้วยเอธานอลของกระชายดำมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดแดงใหญ่ (aorta)ละลดการหดเกร็งของลำไส้เล็กส่วนปลาย (ileum) ของหนูขาว และยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดของคน

การศึกษาทางพิษวิทยา (5)

จากการทดลองของ  Chivapat S. et al (2010) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความปลอดภัยของสารสกัดกระชายดำด้วยเอทานอล โดยใช้หนูตัวใหญ่ (Rat) พันธุ์วิสตาร์จำนวน 120 ตัว แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มๆ ละ 24 ตัว (เพศละ 12ตัว) โดยกลุ่มทดลอง 3 กลุ่มได้รับสารสกัดกระชายดำ โดยการป้อนทางปากในขนาด 5, 50 และ 500 มก./กก./วัน เป็นเวลา 6 เดือน หรือเทียบเท่ากับ 1, 10 และ 100 เท่าของขนาดกระชายดำที่คนรับประทาน กลุ่มควบคุม 2 กลุ่ม ได้รับน้ำกลั่นและสารละลายทรากาแคนท์ความเข้มข้นร้อยละ 1

 

ผลการทดลองพบว่า สารสกัดกระชายดำขนาด 500 มก./กก./วัน ทำให้หนูเพศผู้มีน้ำหนักตัวต่ำกว่า กลุ่มควบคุมด้วยน้ำ และทรากาแคนท์อย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) การเปลี่ยนแปลงบางค่าของค่าทางโลหิตวิทยาในกลุ่มที่ได้รับสารสกัดขนาด 500 มก./กก./วันยังคงอยู่ในช่วงปกติ กลุ่มหนูเพศผู้ที่ได้รับสารสกัดกระชายดำขนาด 500 มก./กก./วัน พบค่าไตรกลีเซอไรด์ต่ำกว่ากลุ่มควบคุมทั้งสองอย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) ในขณะที่หนูเพศเมียที่ได้รับสารสกัดขนาดเท่ากันมีค่ากลูโคสและโคเลสเตอรอลสูงกว่ากลุ่มควบคุมทั้งสองอย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05)

 

ผลการตรวจจุลพยาธิวิทยาของอวัยวะต่างๆ ไม่พบความผิดปกติใดๆที่บ่งชี้การเป็นพิษเรื้อรังที่เกิดจากสารสกัดกระชายดำ

 

ตามตำรายาแผนโบราณ กระชายดำเป็นยาอายุวัฒนะ ซึ่งมีขนาดและวิธีใช้ดังนี้ (9) 

 

กระชายดำแบบหัวสด
 
 
 
ใช้เหง้า (หัวสด) ประมาณ 4-5 ขีด ต่อสุราขาว 1 ขวด ดองสุราขาวดื่มก่อนรับประทานอาหารอาหารเย็น ปริมาณ 30 ซีซี. หรือฝานเป็นแว่นบาง ๆ แช่น้ำดื่ม หรือจะดองกับน้ำผึ้ง ในอัตราส่วน 1: 1

 

กระชายดำแบบหัวแห้ง

 

 

 

รูปภาพจาก: http://www.thaiherbalplus.com/wizContent.asp?wizConID=98&txtmMenu_ID=7

หัวแห้งดองกับน้ำผึ้งแท้ในอัตราส่วน 1:1 นาน 7 วัน แล้วนำมาดื่มก่อนนอน

 

กระชายดำแบบชาชง 
 

 รูปภาพจาก: http://www.kow-krua.com/beverage/kra-child-dum/kra-child-dum.html

ผงแห้งกระชายดำ 1 ซอง ชงน้ำร้อน 1 แก้ว (ประมาณ 120 ซีซี.) แต่งรสด้วยน้ำตาล หรือน้ำผึ้งตามต้องการ

 

ข้อควรระวัง (1)

 

เนื่องจากยังไม่มีผลการศึกษาวิจัยเพื่อประเมินประสิทธิผลของกระชายดำในคน ดังนั้นควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ  และไม่กินติดต่อกันยาวนานจนกว่ามีข้อมูลวิจัยยืนยันว่าไม่มีผลข้างเคียง และระบุถึงปริมาณที่กินได้แล้วปลอดภัย

 

การแปรรูป (8)

 
ลูกอมกระชายดำ
ศูนย์การศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเลยร่วมกับกลุ่มโซนศรีสองรัก ได้จัดทำผลิตภัณฑ์ลูกอมสมุนไพรเพื่อสุขภาพ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ นาแห้ว จ. เลย

ส่วนประกอบ
1.กระชายดำ
2.นมสด
3.เนยอย่างดี
4.น้ำตาลทราย
5.แบะแซ
 
 
ไวน์กระชายดำ
ตามความหมายในภาษาอังกฤษนั้น ไวน์ (wine) หมายถึง "เหล้าองุ่น"เท่านั้น แต่สำหรับคนไทยนั้น คำว่า "ไวน์" หมายถึง เครื่องดื่มผลไม้ หรือสมุนไพรที่นำมาหมักแล้วได้แอลกอฮอล์ไม่เกิน 15 ดีกรี ซึ่งกรรมวิธีผลิตก็ทำเช่นเดียวกับไวน์ในต่างประเทศ แต่ในกฎหมายไทยตามพระราชบัญญัติสุราฯ นั้นเรียกว่า "สุราแช่" ดังนั้นอนุโลมที่จะเรียกผลไม้หรือสมุนไพรที่นำมาหมักว่า "ไวน์" และต่อท้ายด้วยชื่อผลไม้หรือสมุนไพรที่นำมาทำเป็นวัตถุดิบนั้น เช่น ไวน์สัปปะรด ไวน์ลูกยอ ไวน์ลูกหม่อน เพราะไม่สามารถที่หาคำใดมาเรียก ได้เหมาะสม และเข้าใจได้ง่าย

 

เอกสารอ้างอิง

1) รุ่งระวี  (โลหกุล)  เต็มศิริฤกษ์กุล “สมุนไพรสำหรับโรคเรื้อรัง MEDICINAL  PLANTS  USED  FOR  CHRONIC  DISEASES” , คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.หน้า 30

2) ณาตยา ธนะศิริวัฒนา, สุนิดา ณ ตะกั่วทุ่ง, ธนนันต์ ฐานะจาโร “องค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ต้านจุลชีพของน้ำมันหอมระเหยกระชายดำ เปราะหอม และเฒ่าหนังแห้ง”, คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540

3) มะลิสุวรรณ, พ. 2545. สมุนไพรเพื่อสุขภาพ กระชายดำ. บริษัทสำนักพิมพ์ยูนิไลซ์ จำกัด. กรุงเทพฯ.
4) ธนะศิริวัฒนา, ณาตยา; ณ ตะกั่วทุ่ง, สุนิดา และ ฐานะจาโร, ธนนันต์. 2541. องค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ต้านจุลชีพของน้ำมันหอมระเหยจากเปราะหอม กระชายดำ และ เฒ่าหนังแห้ง. ปริญญานิพนธ์. คณะเภสัชศาสตร์. จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.

5) Chivapat S. et al./ Thai J. Vet. Med. 2010. 40(4): 377-383.

6) Yenchai C, Prasanphen K, Doodee S, et al. Bioactive fla-vonoids from Kaempferia Parvifor. Fitoterapia 2004; 75(1) : 89-92.

7) ฝ่ายวิชาการ สถาบันการแพถทย์แผนไทย.กระชายดำ.เข้าถึงได้ที่ URL :<http://ittm.dtam.moph.go.th/product_champion/herb1.htm.> [สืบค้น 20 มี.ค.2554].

8) กรมวิชาการเกษตร.กระชายดำ(ปรับปรุงเมื่อ 4 ม.ค. 2552).เข้าถึงได้ที่ URL :<http://it.doa.go.th/vichakan/news.php?newsid=22> [สืบค้น 20 มี.ค.2554].

9) URL:[สืบค้น 20 มี.ค.2554  หน้า 2-3]

10) URL:<http://www.healththai.com/content_detail.php?id=89>[สืบค้น 20 มี.ค.2554]

11) URL:<http://herbs-in-manman.blogspot.com/2010/02/blog-post_8833.html>[สืบค้น 20 มี.ค.2554]

 

 

จัดทำโดย นิสิตเภสัชศาสตร์ชลลดา รุ่งศิรประภา

edit @ 24 Mar 2011 08:55:46 by ศิรินทร์ ฟาร์มาซี Sirin Pharmacy

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet