ยาคุมกำเนิด

posted on 01 Apr 2009 16:08 by sirinpharmacy  in Medicines

ยาเม็ดคุมกำเนิด  

ยาเม็ดคุมกำเนิด แบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ

  1. ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม (combined pills)
  2. ยาเม็ดคุมกำเนิดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone or minipills)
  3. ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน (Emergency contraceptive pills)

โดยปกติแล้วที่พบกันทั่วไปก็จะเป็นชนิดฮอร์โมนรวม (combined pills) ซึ่งจะประกอบด้วยฮอร์โมน 2 ชนิดคือ เอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน

เอสโตรเจนโดยส่วนใหญ่ในยาเม็ดคุมกำเนิดจะเป็น Estinyl Estradiol (EE) โดยอาจแตกต่างกันตรงที่ปริมาณว่ามากหรือน้อย ยาคุมที่มีฮอร์โมนในปริมาณสูงคือมีเอสโตรเจน 50 ไมโครกรัมหรือมากกว่านั้น จะนิยมใช้เพื่อรักษาอาการทางนรีเวช แต่ถ้าใช้ในการคุมกำเนิดก็สามารถทำได้ ส่วนยาคุมที่มีฮอร์โมนในระดับกลาง คือ มีเอสโตรเจนน้อยกว่า 50 ไมโครกรัม แต่ไม่ต่ำกว่า 30  ไมโครกรัม ยาคุมในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ใช้กันมากที่สุด และยาคุมที่มีเอสโตรเจนปริมาณต่ำมาก คือ 20 ไมโครกรัม  แต่ไม่ว่าจะฮอร์โมนสูงหรือต่ำก็มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดได้เหมือนกันค่ะ

 

ผลข้างเคียง หรือ อาการที่อาจพบจากการใช้ยาคุมกำเนิดแบบกิน

เอสโตรเจนอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง ดังนี้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ประจำเดือนอาจมามากหรือน้อยเกินไป  หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ยาคุมกำเนิดสามารถปรึกษาเภสัชกรในการปรับเปลี่ยนยาให้เหมาะสมกับร่างกายของคุณต่อไปค่ะ

สำหรับฮอร์โมนอีกตัวคือ Progestogen ซึ่งใช้ร่วมกันกับ Estrogen ใน combined pills จะมีอยู่หลาย generation เช่น

รุ่นเก่า : Norethisterone Acetate,Lynestrenol, Ethynodiol Diacetate
รุ่นใหม่ : Levonorgestrel, Desogestrel, Gestodene, Cyproterone acetate, Drospirenone

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ในการเลือกใช้ยาคุมกำเนิด ดังนี้

 

  1. ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมสามารถใช้ได้ในสตรีที่มีอายุโดยประมาณ 18-40 ปี  แต่ถ้าอายุมากกว่า 35 ปีและสูบบุหรี่มากกว่า 15 มวนต่อวัน  ควรได้รับยาคุมกำเนิดแบบ minipills  เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดในอนาคต  แต่ถ้าสูบบุหรี่จัดแม้จะยังอายุไม่มากก็ควรได้รับยาคุมกำเนิดแบบ minipills  เนื่องจากการสูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยงต่างๆ จากยาคุมกำเนิดได้โดยทำให้เกิดภาวะดังต่อไปนี้ ความดันโลหิตสูง การแข็งตัวเป็นลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ  การทำงานของหัวใจผิดปกติ
  2. สำหรับผู้ที่เป็นไมเกรน  ควรได้รับยาคุมกำเนิดแบบ minipills หรือยาคุมกำเนิดชนิดที่มีเอสโตรเจนต่ำ เนื่องจากเอสโตรเจนจะไปกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบได้
  3. หากท่านมีแนวโน้มหรือเป็นโรคเหล่านี้  เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง  โรคหัวใจ  โรคตับ  โรคไทรอยด์  เป็นต้น ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยาคุมกำเนิด
  4. ถ้าต้องการให้นมบุตรหลังคลอด ยาคุมกำเนิดที่ควรได้รับคือ minipills  เนื่องจากไม่มีเอสโตรเจน จึงไม่มีผลยับยั้งการหลั่งน้ำนม  
  5. ถ้าไม่ได้ให้นมบุตรหลังคลอด ควรได้รับยาเม็ดคุมกำเนิดหลังคลอด 1 เดือน เพราะมีโอกาสไข่ตกหลังคลอดได้ประมาณ 1 เดือน
  6. กรณีแท้งลูก ควรได้รับยาคุมกำเนิดอย่างช้าไม่เกิน  1 สัปดาห์หลังแท้งลูก เนื่องจากภาวะแท้งลูก ร่างกายจะมีโอกาสตกไข่เร็ว คือ ประมาณ 1 สัปดาห์หลังแท้งลูก หรือ ให้ในวันรุ่งขึ้นหลังขูดมดลูก

 

เนื่องจากการใช้ยาคุมกำเนิดต้องพิจารณาอีกหลายปัจจัย  ดังนั้นการเลือกใช้ยาคุมกำเนิดที่เหมาะสมกับตนเอง ควรปรึกษาเภสัชกร เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อเลือกประเภทยาคุมกำเนิดให้เหมาะสมกับคุณ เพื่อจะได้ประสิทธิผลในการคุมกำเนิดและได้ความปลอดภัยจากการใช้ยาตามมาด้วย

เอกสารอ้างอิง 

  1. เภสัชกรสมเฮง  นรเศรษฐีกุล .คู่มือประกอบการฝึกปฏิบัติงาน เภสัชกรรมชุมชน .2551-2552 .หน้า 160-189
  2. http://www.clinicrak.com/birthcontrol/lady_pills06.shtml

จัดทำโดย  นิสิตเภสัชศาสตร์วิรัญญา  ช่วยเจริญสุข  วันที่ 25/03/09

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

The layout of the blog seems decent!

#1 By free apple ipad (63.223.127.200) on 2010-10-20 12:02