DASH diet :Dietary Approaches to Stop Hypertension
 

DASH diet มาจากภาษาอังกฤษคำเต็มว่า Dietary Approaches to Stop Hypertension  หรือเรียกว่า อาหารแดช เป็นแบบแผนอาหารที่ถูกคิดค้น และออกแบบโดยสถาบัน National Heart, Lung, and Blood Institute (NHLBI) ของสหรัฐอเมริกา มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการลดความดันโลหิต และป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
 
สัดส่วนปริมาณสารอาหาร DASH ที่ระบุในการศึกษาเปรียบเทียบกับปริมาณทั่วไปที่แนะนำให้ควรได้รับใน 1วัน
 
 
สาเหตุที่อาหาร “แดช” ช่วยลดความดันเลือดได้อาจมาจากสาเหตุต่อไปนี้
 
 1. เป็นอาหารประเภทเกลือโซเดียมต่ำ
 
 2. มีแร่ธาตุสำคัญได้แก่ โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียมสูง แร่ธาตุเหล่านี้อาจช่วยลดระดับฮอร์โมนที่ทำให้เส้นเลือดหดตัวผ่านการทำงานของแคลเซียม (calcium-regulating hormones)
 
 3.มี nitrite ขนาดต่ำๆ ซึ่งมีมากในผัก ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยขยายหลอดเลือด สารนี้ถ้ามีมากเกินไปจะเกิดพิษในร่างกาย แต่ปริมาณที่มีในผักทั่วไปอยู่ในระดับต่ำ และปลอดภัย
 
 4.มีแมกนีเซียมสูง มีผลช่วยลดความดันโลหิต และระดับโพแทสเซียมสูง ช่วยปรับสมดุลของโซเดียม ทำให้ลดความดันโลหิตได้
 
หลักการรับประทานอาหารประเภท DASH
 

- อาหารไขมันต่ำ
- นมประเภทไขมันต่ำ และไขมันไม่อิ่มตัว
- เน้นรับประทานผัก ผลไม้สดมาก ๆ
- ธัญพืชชนิดที่ไม่ขัดสี (whole grain) เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท
- ถั่วเปลือกแข็งที่มีปริมาณใยอาหาร และแร่ธาตุแมกนีเซียมสูง
- จำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ให้เกิน 1 drink สำหรับผู้หญิง และ 2 drinks สำหรับผู้ชาย
- จำกัดเกลือไม่ให้เกิน 6 กรัมต่อวัน หรือน้ำปลา 1 ช้อนชา (เท่ากับ โซเดียม 2400 มิลิกรัม)
- งดอาหารสำเร็จรูป เช่น อาหารกระป๋อง ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป(ไส้กรอก แฮม)
  
ตัวอย่างสัดส่วนปริมาณอาหารที่ให้พลังงาน 1600 , 1800, 2000, 2400 และ 2800 แคลอรี/วัน (ส่วน)

 

การปรับใช้ :การเทียบส่วนบริโภค/servings

 ข้าว         1ส่วน  = 1ทัพพี
 ผัก/ผลไม้  1 ส่วน = 1 แผ่น CD  หรือถ้วยตวง 240 มิลลิลิตร
 อาหารที่มีลักษณะเป็นน้ำ 1 ส่วน = 1 ถ้วยตวง = 1.5 ถ้วยตวงข้าวสาร = 240 มล.
 เนื้อสัตว์    1 ส่วน = 1 ฝ่ามือ(ไม่รวมนิ้วมือ) หรือ ไพ่ 1 แผ่น

คำแนะนำในการบริโภคอาหาร

 
1. การปรุงแต่งรสชาติอาหารควรใช้สารปรุงแต่งรสเช่น น้ำปลา ซอส ซีอิ๊ว ในปริมาณที่พอเหมาะ หลีกเลี่ยงการใช้ผงชูรส (monosodium glutamate) เนื่องจากสารปรุงรสเหล่านี้มีส่วนประกอบของโซเดียมซึ่งทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง อาจทำให้มีการสะสมน้ำในร่างกาย ทำให้เกิดภาวะบวมได้ และทำให้หัวใจและไตทำงานหนักมากขึ้น
 
2. ตารางแสดงปริมาณโซเดียมในเครื่องปรุงรส
 
ปริมาณโซเดียมที่แนะนำที่ให้กินในแต่ละวัน (Thai RDI) คือ ไม่ควรเกิน 2,400  มิลลิกรัม

 
3. หลีกเลี่ยงอาหารที่เค็มจัดหรือมีปริมาณโซเดียมสูง อาหารแปรรูปต่าง ๆ ไส้กรอก กุนเชียง แฮม  หมูแผ่น หมูหยอง ผักดองต่าง ๆ เต้าหู้ยี้ ปลาเค็ม ไข่เค็ม เป็นต้น
4. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ปาท่องโก๋ ไก่ทอด มันฝรั่งทอด หรืออาหารที่ใช้ปริมาณน้ำมันมาก ๆ โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว และคลอเรสเตอรอลสูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน ไขมันจากสัตว์ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม กะทิ เป็นต้น
 

5. จำกัดน้ำมันในการประกอบอาหาร และควรเลือกใช้น้ำมันพืชในการประกอบอาหาร เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน เป็นต้น
 
6. รับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ
7. ดื่มนมพร่องมันเนยหรือผลิตภัณฑ์จากนมพร่องมันเนย เช่น โยเกิร์ตไขมันต่ำ เป็นประจำทุกวัน  พบว่าแคลเซียมจากนมจะช่วยในการควบคุมความดันโลหิตได้
ตารางเปรียบเทียบปริมาณผลไม้ 1 ส่วน

 

ปริมาณไขมัน 
ไขมัน 1 ส่วน ให้ไขมัน 5 กรัม และพลังงาน 45 กิโลแคลอรี ไขมันแต่ละชนิดให้กรดไขมันแตกต่างกัน ดังนี้

 

 จำกัดปริมาณแอลกอฮอล์

 ผู้ชายให้ดื่มไม่เกิน 2 drinks (20–30 g ethanol per day)
 ผู้หญิงไม่เกิน 1 drink (10–20 g ethanol per day)

การประยุกต์ใช้
เนื่องจากวิธีการกินอาหารดังกล่าวเป็นวิธีการของชาวต่างประเทศ ซึ่งแนะนำให้กินอาหารแต่ละประเภทเป็น "serving" (หนึ่ง serving ประมาณหนึ่งฝ่ามือ หรือเป็นปริมาณที่กินใน ๑ ครั้ง) ซึ่งยากในการปฏิบัติสำหรับคนไทยทั่วไป ดังนั้นจึงมีการดัดแปลงวิธีการดังกล่าวให้ง่ายในการปฏิบัติ คือ

1.  รับประทานอาหารต่อไปนี้เพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าจากเดิมที่เคยรับประทาน  คือ

 ผักหรือผลิตภัณฑ์จากพืช โดยเฉพาะผักสด เช่น ผักจิ้มน้ำพริก ส้มตำ ยำ
 ผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้สดจะให้คุณค่าอาหารมากกว่าการคั้นน้ำ หรือที่ทำสำเร็จรูปบรรจุกล่อง(สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานต้องลดการรับประทานผลไม้ลง)
 ธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง ถั่ว งาดำ เป็นต้น
 ปลานึ่ง ปลาต้ม จะดีกว่าปลาทอดที่มีไขมันสูง
 นมพร่องมันเนยหรือนมปราศจากมันเนยหรือนมถั่วเหลือง

2.  รับประทานอาหารต่อไปนี้ลดลงประมาณครึ่งหนึ่งจากเดิมที่เคยรับประทาน  คือ

 อาหารรสเค็มและปริมาณเกลือโซเดียม เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว ผงชูรส ปลาร้า อาหารสำเร็จรูป เป็นต้น
 อาหารรสหวาน เช่น น้ำอัดลม ลูกอม ขนมหวาน ไอศกรีม ขนมเค้ก ทุเรียน ทองหยิบ ทองหยอด เป็นต้น
 อาหารรสมัน เช่น ไขมันสัตว์ และผลิตภัณฑ์สัตว์
 เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เป็ด ไก่ ห่าน ซึ่งเนื้อสัตว์ที่กล่าวมาไม่ควรติดหนังติดมัน เป็นต้น
 
วิธีการเริ่มรับประทานอาหารลดความดันเลือดสูง ให้ปรับเปลี่ยนจากอาหารเดิมเป็นอาหารแดช แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยค่อยๆลดปริมาณเกลือโซเดียม อาจแนะนำให้เพิ่มเครื่องเทศ เช่น พริก  ผักชี ยี่หร่า เพราะช่วยให้รสชาติดีขึ้น และมีปริมาณเกลือค่อนข้างต่ำ เมื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในด้านอาหารประมาณ 2-3 สัปดาห์แล้วควรจะวัดความดันเลือดเปรียบเทียบกับความดันเลือดก่อนปรับเปลี่ยนอาหาร ถ้าความดันเลือดยังไม่ลดลงอย่างชัดเจน เช่น 5-10 มิลลิเมตร ปรอท ก็ควรจะปรับลดอาหารหวาน มัน เค็ม และเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น
 
นอกจากนี้ อาหารแดชจะช่วยลดความดันโลหิตแล้ว ยังมีข้อดีอื่นๆ อีก เนื่องจากการรับประทานที่มีแคลเซียมสูง จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนได้ และการรับประทานผักและผลไม้ซึ่งมีไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำ ด้วยปริมาณที่เพียงพอทุกวัน ช่วยให้ขับถ่ายสะดวก ไม่ท้องผูกง่าย และช่วยล้างพิษในทางเดินอาหารได้ และนอกจากนี้อาหารแดชยังมีผลดีต่อโรคเบาหวาน และโรคไขมันในเลือดสูง เนื่องจากการรับประทานพืชตระกูลถั่ว ซึ่งมีเส้นใยชนิดละลายน้ำจะช่วยดูดซับน้ำตาล ทำให้การดูดซึมน้ำตาลช้าลงและอิ่มนาน จึงมีผลดีในการควบคุมเบาหวาน และการรับประทานอาหารประเภทไขมันต่ำ ยังมีผลดีต่อการควบคุมระดับไขมันในเลือดและลดความเสี่ยงโรคหัวใจ อีกด้วย

References

1. Sacks FM, Svetkey LP, Vollmer WM, Appel LJ, Bray GA, Harsha D, et al. Effects on Blood Pressure of Reduced Dietary Sodium  and The Dietary Approaches to Stop Hypertension (DASH) Diet . N Engl J Med. 2001 Jan 4; 344:3-10
2. สุจิตต์ สาลีพันธ์, สายลม สุขใจ, วิไลลักษณ์ ศรีสุระ และ สุเดือนเพ็ญ คงคะจันทร์. สุขภาพดี เริ่มที่.. อาหารลด หวาน มัน เค็ม เติมเต็มผัก ผลไม้ มากขึ้น. พิมพ์ครั้งที่1. สำนักโภชนาการ กรมอนามัย: กรุงเทพ. 2554
3. คณะอนุกรรมการพิจารณาการแสดงคุณค่าทางโภชนาการบนฉลากของอาหาร. ค่าสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคประจำวันสำหรับคนไทยอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป (Thai Recommended Daily Intakes– Thai RDI).  Availble at : URL: www.fda.moph.go.th/edl/joke/11.doc.  Accessed  April 23, 2011
4. แบบแผนอาหารลดความดันเลือดสูง(DASH dietary pattern). Availble at : URL: http://gotoknow.org/blog/health2you/113238.  Accessed  April 23, 2011


จัดทำโดย นักศึกษาเภสัชศาสตร์อดิศัย กอเกียรตินันท์

วันที่จัดทำ 14 มิถุนายน 2555

อาการท้องเสีย

posted on 11 Jun 2012 10:15 by sirinpharmacy in Medicines
 
อาการท้องเสีย
 

 
อาการท้องเสียแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
 
- ประเภทแรก คือ อาการท้องเสียเนื่องจากได้รับสารพิษจากเชื้อ
 
- ประเภทที่สอง คือ อาการท้องเสียเนื่องจากการติดเชื้อ
 
- ส่วนอาการท้องเสียประเภทสุดท้าย ได้แก่ ท้องเสียธรรมดาซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อหรือสารพิษจากเชื้อ
 
อาการท้องเสียทั้งสามประเภทนี้จะมีลักษณะอาการ วิธีการรักษา และการปฏิบัติตนที่แตกต่างกันซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรทราบ เนื่องจากถ้าปฏิบัติตนไม่ถูกต้องแล้ว อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
 

1.อาการท้องเสียเนื่องจากได้รับสารพิษจากเชื้อ
 
ถ้าเป็นการท้องเสียจากการได้รับสารพิษจากเชื้อ มักจะเกิดจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารพิษที่มาจากเชื้อโรคเข้าไป ผู้ป่วยมักจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และถ่ายเหลวหลังจากรับประทานอาหารประมาณ 2-4 ชั่วโมง เรียกว่ากินเข้าไปไม่นานก็มีอาการแล้ว แต่มักจะไม่มีไข้ สำหร